ประวัติบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต

ประวัติบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต    

            

        

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด เปิดดำเนินกิจการด้านธุรกิจประกันชีวิต เพื่อให้บริการแก่ประชาชนด้วยความซื่อสัตย์ ยุติธรรม และมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจให้มั่นคงตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษนับตั้งแต่เริ่มกิจการอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 เมษายน 2494 ณ สำนักงานแห่งแรกที่ถนนเสือป่า ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยต้องประสบปัญหาจากผลกระทบของสงครามมหาเอเชียบูรพา เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในระยะการฟื้นตัว นายจุลินทร์ ล่ำซำ ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการในขณะนั้น และกลุ่มเพื่อนนักธุรกิจ ตลอดจนผู้ใหญ่ในวงราชการได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัดขึ้น ด้วยเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะให้บริษัทฯ ช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลในเรื่องของสวัสดิการสังคม และเป็นแหล่งระดมเงินทุนให้กับภาครัฐ นอกจากนี้ ยังเป็นการออมในระยะยาว และสร้างหลักประกันให้ประชาชนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจการค้า และภาคอุตสาหกรรมของประเทศอีกด้วยจากการดำเนินงานที่ทุ่มเทเพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพของงาน ทำให้บริษัทฯ ได้รับความเชื่อถือจากประชาชนเพิ่มมากขึ้น จึงมีการขยายงานและได้สร้างอาคารเมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ณ ถนนเจริญกรุง เป็นอาคารที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมกรุงรัตนโกสินทร์ เนื่องจากใช้ระบบ Post-tension คือ เป็นอาคารที่ไร้คานใช้สลิงยึด นับเป็น อาคารแรกๆ ในยุคนั้น

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัดเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณแต่งตั้งให้เป็นบริษัทประกันชีวิต ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีสิทธิ์ใช้ตราครุฑในเอกสารของบริษัทฯ และเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่ได้รับใบรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2000 บริษัทฯ มีความเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ได้ขยายสำนักงานสาขา และสำนักงานตัวแทนไปทั่วประเทศกว่า 250 สาขา ภายใต้การบริหารงานอย่างมีระบบและวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของ นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ประธานกรรมการ และนายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยปัจจุบันสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่เลขที่ 250 ถนนรัชดาภิเษก ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ รับใช้ประชาชนชาวไทยด้วยความมุ่งมั่นในการเป็นผู้ให้บริการที่เป็นเลิศตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและประชาชนด้วยดีเสมอมา ซึ่งบริษัทฯ ได้สร้างความเด่นชัดในองค์กรให้เป็นที่ประจักษ์ว่าเป็นบริษัทของคนหัวคิดทันสมัย โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการพัฒนาการตลาดผ่านช่องทางอื่นๆ เพื่อตอกย้ำถึงนโยบายการตลาดแบบ Multi Distribution Channels, Multi Targets ที่บริษัทฯ ได้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลายและแข็งแกร่ง ทั้งการขายผ่านธนาคารกสิกรไทยและสถาบันการเงินอื่นๆ โบรกเกอร์ รวมทั้ง การขายผ่านระบบ Telemarketing และ Direct Response อย่างจริงจังผ่านเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจและสายสัมพันธ์ทางการค้ากับคู่ค้าอื่นๆ ที่กว้างขวาง เพื่อสามารถให้บริการลูกค้าครอบคลุมมากขึ้น โดยเน้นการทำงานเป็นทีม ที่ประสานงานกันอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้ดำเนินการสร้างอาชีพให้กับประชาชน ด้วยการเปิดรับสมัครเป็นตัวแทนของบริษัทฯ เพื่อช่วยขยายงานทางด้านการตลาดมากยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นการกระตุ้นยอดผู้สมัครอีกด้วย

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังไม่หยุดยั้งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบประกันต่างๆ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุมทุกกลุ่ม และทันต่อสถานการณ์อยู่เสมอ เช่น แบบประกันเมืองไทยยูนิตลิงค์ 1 ซึ่งเป็นแบบประกันชีวิตควบการลงทุนที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เป็นแบบประกันที่ให้ผลประโยชน์ทั้งการลงทุนเพื่อผลตอบแทน การเตรียมเงินไว้ใช้ยามเกษียณ การคุ้มครองครอบครัว เป็นทุนการศึกษาให้กับบุตร และยังสามารถเป็นมรดกได้อีกด้วย จึงถือได้ว่าเป็นแบบประกันที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลากหลาย ทันสมัยและคุ้มค่ากับการลงทุนในปัจจุบัน และบริษัทฯ ยังเป็นองค์กรที่มีการบริหารงานอย่างมีจริยธรรมและมีจรรยาบรรณในวิชาชีพพร้อมยึดหลักบรรษัทภิบาล ซึ่งถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการประกอบธุรกิจ และเป็นนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่ได้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมจรรยาบรรณและเน้นกระบวนการบริหารงานที่ดี ระบบตรวจสอบอย่างโปร่งใสและยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อผู้เอาประกัน รวมทั้งรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

พร้อมกันนี้บริษัท ฯ ยังมุ่งเน้นพัฒนาบุคลากรฝ่ายขายและพนักงานมาโดยตลอด ด้วยความมุ่งมั่นและต่อเนื่อง อีกทั้งยัง สรรค์สร้างสิ่งดีๆ เพื่อประโยชน์แก่พนักงานและฝ่ายขายให้ได้รับความทันสมัยและสะดวกสบายด้วยการสร้างศูนย์การเรียนรู้เมืองไทยประกันชีวิต เพื่อเป็นศูนย์การอบรมหลักสูตรต่างๆ จะเห็นได้ว่าบริษัทฯ มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด และบริษัทฯ ยังมีอาคารหอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต ขนาด 450 ที่นั่ง ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางแห่งศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของกรุงเทพฯ และในปี 2532 สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้มอบรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่นให้แก่บริษัทฯ อีกด้วย นับเป็นหนึ่งของความภาคภูมิใจ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s